วัยทำงาน คือช่วงอายุระหว่าง 20-59 ปี เป็นวัยที่ต้องการพลังงาน ความแข็งแรง ความกระฉับกระเฉง
มีสมองที่ปลอดโปร่ง แต่เมื่อวัยที่มากกว่า 30 ปีขึ้นไปก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
เกิดขึ้นกับร่างกาย ความแข็งแรงของโครงกระดูก กล้ามเนื้อ ก็จะเริ่มเสื่อมโทรมลงร่างกาย
โดยเฉพาะวัยทำงานที่เริ่มเข้าสู่ วัยทอง (อายุ 45-60 ปี)
ที่ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงานน้อยลง ทำให้มีอาการหงุดหงิดง่าย ร้อนวูบวาบตามตัว
และมีโรคต่างๆ เข้ามารุมเร้าได้ง่าย
จากวารสารการแพทย์ชั้นนำ Journal of American Medical Association (JAMA) มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าผู้ใหญ่ทุกคน
ควรได้รับประทานวิตามินรวมวันละ 1 เม็ด
เพราะในผลการศึกษาบอกชัดเจนว่า สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆได้สารอาหารหลายชนิดสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยชะลอและลดอาการดังกล่าวได้เช่น น้ำมันปลา, เลซิติน, โคเอนไซม์ คิวเทน,โสมสกัด, วิตามินบี, วิตามิน ซี, วิตามิน อี,แร่,ธาตุสังกะสี, กระเทียมสกัดและสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย เรามารู้จักนำ้ปลากันดีกว่า
น้ำมันปลา ซึ่งประกอบไปด้วยโอเมก้า-3 คือ EPA และ DHA การได้รับน้ำมันปลา 2,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ช่วยป้องกันความเครียดและอารมณ์หดหู่ ทั้งยังช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์
ลดความดันโลหิต
ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา
- ·
วิตามินดีช่วยเสริมการทำงานของ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
- ·
ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ฟันผุขั้นรุนแรง โรคกระดูกน่วม
ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
- ·
วิตามินดีช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอในน้ำมันตับปลาได้เป็นอย่างดี
- ·
วิตามินดีสามารถช่วยรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบได้
- ·
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวหนัง และดวงตาจากการถูกทำลายจากมลพิษ
- ·
ประโยชน์น้ำมันตับปลามีส่วนช่วยขับล้างสารพิษในร่างกาย
- ·
สรรพคุณน้ำมันตับปลาช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการสมานแผล
- ·
ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ·
วิตามินเอช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
- ·
ช่วยบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะอาการของโรคข้อต่ออักเสบ
(ไอส์ลา บอสเวิร์ธ แห่งสถาบันวิจัยโรคข้อต่อแห่งชาติ)
- ขอขอบคุณแหล่งที่มา
-
http://frynn.com/น้ำมันตับปลา/
- ขอขอบคุณแหล่งที่มา
-
http://frynn.com/น้ำมันตับปลา/


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น